โรงเรียนวัดวิเวการาม

หมู่ที่ 1 บ้านหัวถนน ตำบลทุ่งเตา อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84120

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-263372

สาเหตุที่เด็กติดเกม ตามแนวคิดของมาสโลว์

สาเหตุที่เด็กติดเกม

เหตุผลที่เด็กติดเกม : แนวคิดของ Maslow อธิบายถึงลำดับความต้องการของมนุษย์ เมื่อความต้องการเป็นตัวเร่งให้มนุษย์ตอบสนองต่อความต้องการนั้น หากเราเข้าใจความต้องการของมนุษย์ (ความต้องการ) เราก็จะเข้าใจพื้นฐานของพฤติกรรมมนุษย์ได้ดีขึ้น

การเล่นเกมนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยามองว่า เกมออกแบบมาทำให้ผู้เล่นได้บรรลุความต้องการ ตามหลักของมาสโลว์ กล่าวคือ ได้รับการยอมรับและยกย่อง ความท้าทายภายในเกมนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ เยาวชนหยุดเล่นไม่ได้ ในการเล่นเกมออนไลน์ถือเป็นการสร้างสังคมของเด็กยุคใหม่ โลกในแกมเป็นโลกที่เขาเลือกได้ มีชุมชนที่ปลอดภัยสำหรับเขา เป็นที่พึ่งสำหรับเยาวชนเวลาที่ต้องการหนีจากความกดดันในชีวิตประจำวัน สาเหตุที่ทำให้เยาวชนติดเกมมิได้มีเพียงสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์ของหลายๆ ปัจจัยที่ผสมผสานและเกี่ยวข้องกันอยู่

สาเหตุที่เด็กติดเกม

1. การเลี้ยงดูในครอบครัว
ซึ่งมักพบในครอบครัวที่ไม่เคยฝึกให้เด็กมีวินัยในตัวเอง ขาดกฎระเบียบกติกาในบ้าน ตามใจเด็กหรือมักจะใจอ่อนไม่ทำโทษเมื่อเด็กกระทำผิด บางครอบครัวมีลักษณะต่างคนต่างอยู่ ไม่มีกิจกรรมที่สนุกสนานให้เด็กทำ หรือ ไม่มีกิจกรรมที่ทุกคนทำร่วมกัน พ่อแม่อาจไม่มีเวลาควบคุมเด็กหรือมองไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องจำกัดเวลาในการเล่นเกมของเด็ก ในช่วงแรกพ่อแม่อาจรู้สึกพอใจที่เห็นเด็กเล่นเกมเงียบ ๆ คนเดียวโดยไม่มารบกวนตน ทำให้ตนมีเวลาส่วนตัวมากขึ้นหรือใช้เกมเสมือนเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็ก

2. สังคมเปลี่ยนไปสู่สังคมยุคไฮเทค
ปัจจุบันมีเครื่องมือ ที่มีพลังในการเร้าความตื่นเต้น ให้เกิดขึ้นในตัวเด็กอย่างมหาศาล สังคมวัตถุนิยม สังคมที่ขาดแคลนกิจกรรม หรือ สถานที่ที่เด็กจะได้ใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้ ได้รับความสนุกสนานไปด้วย รวมถึงตัวเกมเองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กติดเกม เช่น ได้แสดงอำนาจ ได้ความสำเร็จท้าทาย อยากเอาชนะ ได้สร้างบุคลิกตนเอง ได้เพื่อนในเกมออนไลน์

3. ปัจจัยในตัวเด็กเอง
เด็กบางกลุ่มอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเกมมากกว่าเด็กทั่วไป เช่น มีโรคสมาธิสั้น ปัญหาอารมณ์ซึมเศร้า หรือ วิตกกังวล ขาดทักษะทางสังคม เข้ากับเพื่อนไม่ได้ มีปัญหาการเรียน มีความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองต่ำ (Low Self-esteem)

โรคติดเกมในเด็กอาจฟังดูเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่ก็สามารถป้องกันได้ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากพ่อแม่ผู้ปกครอง และคนในครอบครัวเป็นสำคัญ เริ่มตั้งแต่การจัดสรรเวลา เพื่อใช้เวลาร่วมกันในการทำกิจกรรมครอบครัว โดยหากิจกรรมที่กระตุ้นความสนใจของเด็กได้ แบบเดียวกับเกม เช่น พาไปเที่ยวสวนสัตว์ หรือพิพิธภัณฑ์ ชักชวนกันวาดรูป ออกกำลังกาย หรือเล่นดนตรี เป็นต้น กล่าวคือ ต้องพยายามอย่าปล่อยให้เด็กว่าง จนถูกอุปกรณ์หน้าจอเหนี่ยวนำเข้าไปสู่โลกของหน้าจอ ในกรณีจำเป็นจึงจะให้เด็กใช้งานอุปกรณ์หน้าจอได้ ในช่วงที่เด็กยังไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ก็ไม่ควรให้อุปกรณ์หน้าจอเป็นของใช้ส่วนตัวของเด็ก ควรให้หยิบยืมใช้จากพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นครั้งคราว และหากให้ใช้ พ่อแม่ควรพูดคุยทำความเข้าใจถึงขอบเขตการใช้งานเอาไว้ล่วงหน้า โดยในช่วงเวลากลางคืน ไม่ควรให้อุปกรณ์หน้าจออยู่กับเด็กภายในห้องนอน เพราะเป็นเวลาที่เด็กสมควรพักผ่อน และที่สำคัญต้องหมั่นสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

อ่านบทความดีๆจากทางโรงเรียน ได้ที่ นานาสาระ